ฉี่หนู ไม่หมูอย่างที่คิด

No Comments

ฉี่หนู ได้ยินคำนี้บรรดาพ่อแม่อาจคิดว่าตัวเราที่อยู่ในเมืองคงไม่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคชนิดนี้
เช่นเดียวกับลูกน้อยและครอบครัวเพราะหนูคงไม่เพ่นพ่านมาฉี่ใส่ขา
ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วภัยร้ายชนิดนี้อยู่ใกล้เรามากๆนั่นก็เพราะ ฉี่หนู
เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในคนและสัตว์ เช่น สุนัข
แมว หมู วัว ควาย ม้า แพะ แกะ และที่พบมากที่สุดคือ หนู
ซึ่งจะติดต่อจากสัตว์สู่คน นั่นหมายความว่าไม่แค่ ฉี่ของหนู
แต่ฉี่ของสัตว์ของต้นล้วนแล้วแต่ทำให้เป็น ฉี่หนู ทั้งสิ้น
โดยพวกสัตว์ดังกล่าวจะขับถ่ายเชื้อโรคออกมาทางปัสสาวะ
เชื้อโรคจะอาศัยได้ในดินที่ชื้นแฉะและมีน้ำขัง
เข้าสู่ผิวหนังของคน เช่น ซอกนิ้วมือ เท้า และบาดแผล
การกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน
การหายใจเอาไอละอองที่ปนเปื้อนเข้าไป หรือเข้าทางเยื่อบุต่างๆเช่น ตา และ ปาก
ซึ่งคนที่ได้รับเชื้อไข้ฉี่หนู จะแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อ2-3 วัน
ถ้าไม่รักษาอย่างถูกต้องอาจมีโรคแทรกซ้อน คือ ตัวเหลืองตาเหลือง ไตวาย หรืออาการทางสมองและระบบประสาท
ส่งผลกระทบถึงตายได้ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้

1.ไข้ฉี่หนู ระยะมีเชื้อในเลือด มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ คือ
มีไข้หนาวสั่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน และปวดกล้ามเนื้อ
โดยเฉพาะน่อง หลัง และหน้าท้อง ปวดศีรษะมาก
โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าหรือหลังเบ้าตา เจ็บคอ ไอ เจ็บหน้าอก
ผื่น สับสน ไอเป็นเลือด เยื่อบุตาแดง ต่อมน้ำเหลืองโต คอแดง
กดเจ็บกล้ามเนื้อ

2.ไข้ฉี่หนู ระยะมีเชื้อในปัสสาวะ
เยื่อหุ้มสมองอักเสบแบบไร้เชื้อ ส่วนใหญ่พบในเด็ก
ซึ่งอาจหายได้เองภายในเวลาไม่กี่วันหรืออาจคงอยู่นานเป็นสัปดาห์
สำหรับภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น ม่านตาอักเสบ จอตาอักเสบ
มักเกิดตามหลังอาการเริ่มแรกของโรคนานหลายเดือนและคงอยู่ได้นานเป็นปี

3.ไข้ฉี่หนู ระยะรุนแรง มีอัตราการตายอยู่ที่ประมาณ 5-15%
มีอาการดีซ่าน ผิวเหลืองเป็นสีเหลืองจนแทบจะเป็นสีส้ม
มีอาการตับโตร่วมกับกดเจ็บ ม้ามโต ตับวาย ไตวายเฉียบพลัน ไอ
มีเสมหะปนเลือด เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย ระบบหายใจล้มเหลว
มีเลือดกำเดา มีจ้ำเลือดตามผิวหนัง ตับอ่อนอักเสบรุนแรง ฯลฯ

ดังนั้น หากไม่ต้องการให้ลูกน้อย รวมถึงตัวคุณพ่อคุณแม่
มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉี่หนู ก็จำเป็นต้องไม่เดินย่ำ
หรือในที่ที่มีน้ำท่วมขัง ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้ใส่รองเท้าบูทยาง
ถุงมือยาง เป็นต้น รวมถึงฉีดวัคซีนให้สัตว์เลี้ยง เพื่อป้องกันโรคและไม่สัมผัสสัตว์ที่อาจเป็นพาหะ
นอกจากนี้ควรกำจัดหนูและปรับปรุงสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ
เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู และเมื่อสัมผัสโดนสิ่งสกปรก
รีบอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกายโดยเร็ว เพื่อป้องกันโรคฉี่หนู
ไม่ให้มาเกาะแกะบตัวคุณและลูกน้อย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *