เจาะลึกพัฒนาการของเด็กชายวัย 13+

No Comments

เด็กชายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในวัยนี้ อวัยวะเพศเติบโตขึ้นมาก เริ่มมีขนขึ้นตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
หน้าแข้ง หน้าอก ใบหน้ามีหนวดเคราขึ้นมาบ้างแล้ว รักแร้ และอวัยวะเพศ เสียงเริ่มแตกหนุ่ม
ก่อนที่เสียงจะแตกหนุ่มสัก 1 ปี กล่องเสียจะใหญ่ขึ้น มี ลูกกระเดือก หรือที่ฝรั่งเรียกว่า แอปเปิ้ลของอาดัม
จะเติบโตขึ้นจนมองเห็นได้
ที่เห็นเด่นชัดที่สุดของวัยนี้คือ ความสูงที่จะพุ่งพรวดขึ้นราวหน่อไม้หน้าฝน แต่ช่วงต้นของวัยนี้ยังไม่ถึงความสูงสุด
ลูกยังจะสูงได้อีกพักใหญ่ เด็กผู้ชายทั่วไปจะเริ่มมาสนใจ ความสูงของตัวเองมากกว่าเด็กผู้หญิงในช่วงวัยนี้
หลังจากอัดอั้นมานานที่ต้องชะเง้อคอมอง เพื่อนร่วมห้องสาวน้อยหรือถูกล้อจากพวกผู้หญิงว่า ไงเกิ๊ก…อากาศข้างล่างสบายดีมั้ย…
ปลายปีของอายุสิบสาม เด็กชายประมาณครึ่งหนึ่งจะถึงจุดสูงสุดของความสูงตัวเองแล้ว
ซึ่งหลังจากนั้นก็จะสูงขึ้นในอัตราที่ช้าลง แต่คนที่ยังไปไม่ถึงจุดสูงสุด ปีหน้าก็จะพุ่งพรวดๆ ต่อไป
ถ้าร่างกายของเจ้าหนุ่มน้อยของคุณยังไม่มีวี่แววว่าจะเติบโต ยังเหมือนเมื่อปีก่อนๆ ควรปรึกษาแพทย์ได้แล้ว
วัยสิบสามรู้สึกว่าเขาเป็นหนุ่มแล้ว หน้าอกแฟบๆ แขนขาลีบๆ จากปีก่อน เริ่มมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อยแม้จะยังไม่เห็นเด่นชัดมากนัก
หนุ่มสิบสามอาจเริ่มมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศขึ้นได้ หากไม่ใช่เพราะมีอารมณ์เพศ หรือถูกกระตุ้นทางเพศ
แต่บางทีเป็นความตื่นเต้นจากเรื่องอื่นๆ ดูหนังแอ๊กชั่นธรรมดาๆ หรือนั่งอยู่เฉยๆ จู่ๆ มันก็อาจเด้งดึ๋ง
แข็งตัวขึ้นมาได้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ดึงชายเสื้อลงมาปิดแทบไม่ทัน
ไม่ต้องตกใจ สาเหตุเพราะกลไกทั้งหลายมันยังใหม่ การทำงานยังไม่เข้าที่ ไม่เข้าร่องเข้ารอยนั่นเอง
หลังจากที่อวัยวะเพศยาวขึ้นได้สัก 1 ปี เด็กชายบางส่วนอาจจะมีการหลั่งโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ตอนนอนหลับ
หรือที่เรียกว่า ฝันเปียก พ่อแม่อย่าเอาเป็นเรื่องเป็นราว บางทีอาจจะทำไม่รู้ไม่ชี้
เตือนให้เอาผ้าปูที่นอนไปซักเสีย…ก็เท่านั้นเอง อย่าไปล้อเลียน หรือดุว่าด่าทอจนคนรู้กันไปทั้งบ้าน… เขาไม่พอใจแน่
เพราะมันเป็นความลับน่าอายของเขา…? การหลั่งครั้งแรกนี้ จะไม่มีสเปิร์มอันเป็นเชื้อของเพศชาย
แต่วัยนี้แล้ว ส่วนใหญ่เขามีความรู้เรื่องเพศมาพอสมควรก็จากการคุยกับเพื่อนนั่นแหละ รู้ผิดรู้ถูก…รู้ก็แล้วกัน
กลิ่นตัววัยนี้เริ่มจะมาแล้วเช่นกัน ลูกชายถึงวัยที่ต้องเรียนรู้เรื่อง โรลออน เสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำจากนักวิชาการว่า พ่อแม่ควรเป็นผู้แนะนำให้ความรู้เรื่องเหล่านี้ให้ลูก
ไม่ใช่เรื่องที่น่าเขินอายแต่อย่างใด ยังมีงานวิจัยจากตะวันตกหลายชิ้นที่ชี้ว่าเด็กๆ ต้องการให้พ่อแม่
เป็นผู้สอนเรื่องเพศศึกษาแก่พวกเขา เพราะมันน่าสะดวกใจกว่า โดยเฉพาะพ่อควรชวนลูกผู้ชาย วัยสิบสามคุยกันได้
แต่ถ้าจำเป็น แม่เป็นฝ่ายพูดคุยก็ไม่เสียหายแต่ประการใด
เด็กผู้ชายก็เช่นเดียวกับเด็กผู้หญิงวัยรุ่น ที่ควรจะเรียนรู้จักเกี่ยวกับศรีระของตัวเอง พร้อมทั้งกลไกการทำงานต่างๆ
ของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากในทางสรีระแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรจะเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้ในเรื่องคุณค่า
คุณธรรมระหว่างเพศ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
เมื่อลูกเรียนรู้และเข้าใจข้อเท็จจริงทางธรรมชาติ และทางสังคม ก็คาดได้ว่าเขาจะมีท่าทีทางเพศที่สร้างสรรค์อย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *