หมวดหมู่: คุณแม่มือใหม่

10 อาหารช่วยพัฒนาการ ทารกในครรภ์

No Comments

ในช่วงตั้งครรภ์คือช่วงเวลาที่คุณแม่ต้องเอาใจใส่และดูแลสุขภาพของตัวเองมากเป็นพิเศษ
ซึ่งอาจจะทำให้คุณแม่หลายคนเป็นกังวลใจและเกิดความสงสัยว่า
มีอาหารบำรุงคนท้องอะไรบ้างที่จะช่วยทำให้ลูกน้อยในครรภ์เติบโตมีพัฒนาการที่ดี
และช่วยทำให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง มาดูกันว่ามีอาหารประเภทใดบ้าง
1. ไข่
ไข่ ถือเป็นอาหารสำคัญ
ที่ขาดไม่ได้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงสามเดือนแรก
เพราะไข่ที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุสำคัญอย่างโคลีน
มีส่วนช่วยในการสร้างและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์สมองและไขสันหลัง
คุณแม่ควรจะกินไข่ต้มวันละ 1 ฟอง จะเป็นเมนูไข่ตุ๋น ไข่เจียว หรือไข่ดาว ก็ได้
2. ผักใบเขียวเข้ม
ผักใบเขียวเข้ม อาทิ ผักโขม ผักคะน้า บรอกโคลี และกะกล่ำปลี
อุดมไปด้วยวิตามิน A,C,K
กรดโฟลิกและแคลเซียมเป็นสารอาหารที่ช่วยให้น้ำนมคุณแม่มีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการต่าง ๆ
ของทารกอีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดของทารกในครรภ์ด้วยค่ะ
3. ซีเรียลธัญพืช
ซีเรียลธัญพืช อุดมไปด้วยเส้นใยมีประโยชน์มากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
ช่วยไม่ให้เกิดอาการท้องผูก มีคาร์โบไฮเดรตที่ช่วยให้พลังงานกับร่างกาย
ทั้งนี้ยังมีวิตามินและสารอาหารที่จำเป็นอย่างโฟลิกที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของทารก
แต่คุณแม่ควรเลือกกินซีเรียลที่มีน้ำตาลน้อยกับนมหรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ
เพราะจะช่วยไม่ให้เป็นโรคอ้วนหลังคลอด
4. ปลาแซลมอน
ในปลาแซลมอนอุดมไปด้วยโอเมก้า 3
ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทและสมองที่ช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่ดีใ
นเรื่องของความจำ การเรียนรู้ ควรเลือกเป็นเมนูปลาแซลมอนอบผักรวม
หรือเมนูสเต๊กปลาแซลมอน
5. โยเกิร์ตไขมันต่ำ
โยเกิร์ตไขมันต่ำนั้น
อุดมไปด้วยแคลเซียมที่มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมสร้างกระดูก
และฟันที่แข็งแรงและช่วยให้ทารกมีพัฒนาการที่เหมาะสม
อีกทั้งยังช่วยให้ระบบการย่อยอาหารของคุณแม่เป็นไปอย่างปกติตลอดการตั้งครรภ์
6. ผลไม้
ผลไม้นั้น สารอาหารสำคัญในผลไม้ เช่น เบต้าแคโรทีน
มีส่วนสำคัญในการพัฒนาเนื้อเยื่อและเซลล์สำหรับภูมิคุ้มกันของทารก
รวมถึงช่วยสร้างฟันและกระดูกให้แข็งแรง
และผลไม้ที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิกจะช่วยป้องกันอาการผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ด้วย
7. ข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ตที่เต็มไปด้วยเส้นใย วิตามิน B ธาตุเหล็กและคาร์โบไฮเดรต
ช่วยลดอาการท้องผูก คลื่นไส้และช่วยให้คุณแม่ไม่เป็นโรคโลหิตจาง
และยังมีส่วนช่วยในการสร้างเซลล์สมองและอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ของทารกอีกด้วย
8. แครอทและพริกหวานแดง
ถ้าอยากให้ดวงตา
ผิวหนังและกระดูกของลูกน้อยในครรภ์เจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่ดี
ควรรับประทานแครอทและพริกหวานแดงอุดมไปด้วยแบต้าแคโรทีน วิตามิน B6และวิตามิน C
9. เนื้อวัวที่มีไขมันน้อย
ควรเลือกกินเมนูเนื้อวัวไขมันน้อยที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบี 12
และธาตุเหล็ก เช่น สเต๊กเนื้อ หรือเนื้อทอดน้ำปลา
ทำให้คุณแม่ไม่เป็นโรคโลหิตจางและช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาสมองที่ดี
มีออกซิเจนไหลเวียนในร่างกายปกติ
10. ตับ
วิตามิน A สารอาหารสำคัญที่มีมากในตับ
มีส่วนช่วยทำให้ตัวอ่อนของทารกเจริญเติบโตได้ดี
และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลังคลอดได้เป็นอย่างดี
แต่คุณแม่ควรกินในระดับที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้มีแคลอรีสะสมในร่างกายมากเกินไป…

ของเล่นเด็ก กระตุ้นพัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิดด้วยความใส่ใจของผู้ปกครอง

No Comments
ของเล่นเด็ก

ของเล่นเด็ก เด็กน้อยตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึง 1 ขวบ ซึ่งจะเป็นช่วงที่เด็ก จะต้องมีการพัฒนาการ

ของเล่นเด็ก และเรียนรู้อย่างถูกต้อง อีกอย่างผู้ปกครอง หรือคุณพ่อคุณแม่จะต้องให้การดูแล เอาใจใส่ และกระตุ้นพัฒนาการให้เด็ก ๆ เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง ถ้าพร้อมแล้วไปดูวิธีการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ๆ ดีกว่า

 แรกเกิด – 4 เดือน

ช่วงนี้ จะต้องเน้นพัฒนาการทางด้านร่างกายก่อน ซึ่งช่วงนี้จะเป็นช่วงที่เด็ก ๆ จะมีการชันคอ หลังจากนั้นจะเริ่มพยายามพลิกคว่ำ และหงายด้วยตนเองได้  วิธีการกระตุ้นคือ ให้เด็กนอนคว่ำ ซึ่งจะช่วยให้โกมีกล้ามเนื้อหลังที่แข็งแรงขึ้น แต่ในระยะนี้จะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

อายุ 4 – 6 เดือน

ช่วงนี้ เด็กจะเริ่มพลิกคว้ำพลิกหงายเองได้ วิธีการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กในช่วงอายุเท่านี้คือ ให้เด็กนอนหงาน และให้ผู้ปกครองถือของเล่น ให้เด็กมองตาม แล้วเกิดการพลิกตัวเอง ให้เด็กออกกำลังกายโดยการเล่นกับมือและเท้าของเด็ก หากว่าเด็กกำลังนอนคว่ำ ให้หยิบของเล่นให้เด็กมองตาม แล้วจึงพลิกหงายเองดันไหล่และแขนขแงเด็ก ในขณะที่กำลังนอนหงาย

อายุ 6 – 8 เดือน

ในช่วงระยนี้ เด็ก ๆ จะเริ่มนั่งได้เอง แต่ไม่นานมาก ซึ่งจะกระตุ้นพัฒนาการด้านร่างกายด้วยการจับให้เก็กนั่งแล้วหยิบของพูดคุย เล่นกับเด็กระดับสายตา และให้เด็กทรงตัว โดยการประคองให้นั่งเล่นของเล่นแบบเพลิน ๆ  ให้เด็กเริ่มนั่งเก้าอี้ เมื่อต้องรับประทานข้าว หรืออาหาร

อายุ 8 -10 เดือน

ช่วงนี้เด็กน้อยจะเริ่มลุกนั่งได้เอง คลานได้ ยืนเกาะบางอย่างได้  ซึ่งจะกระตุ้นโดยการให้เด็กหยิบของเล่น หรือคลานตามไปหยิบของเล่น แต่ควรตรวจดูเส้นทางด้วยว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ และเด็ก ๆ จะเริ่มหยิบของเข้าปาก ดังนั้นของเล่นจะต้องสะอาดและไม่มีสิ่งสกปรกอยู่บริเวณนั้น และนอกจากนี้ต้องให้กระตุ้นให้เด็กยืนเดาะลูกกรงเองได้

อายุ 10 -1 ขวบ

ช่วงนี้ เด็กจะเริ่มตั้งไข่ได้ เดินเกาะไปตามสิ่งของต่าง ๆภายในบ้าน ซึ่งผู้ปกครองจะต้องระมัดระวังไม่ให้เด็กเดินหยิบสิ่งของทีเป็นอันตรายเข้าปาก และฝึกให้เด็ก ๆยืนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเกาะราว หรือที่เกาะ

ในช่วงเด็กวันยแรกเกิดจนถึงวัย1 ขวบนั้น เด็กๆ จะต้องเรียนรู้ และมีพัฒนาการทางด้านสมอง ร่างกาย และความจำ ดังนั้นพ่อแม่ ผู้ปกครองจะต้องใส่ใจ  และให้ความสำคัญในการดูแลเด็ก ๆ ในช่วงวันยนี้มาก ๆ ซึ่งหากว่าช่วยกระตุ้นให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการทางด้านร่างกายดีแล้ว สมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย มีพัฒนาการในการเจริญเติบโตได้ดี ก็จะช่วยให้เด็ก ๆ เติบโตขึ้นาอย่างสมบูรณ์แข็งแรง พัฒนาการทางด้านนร่างกายและสติปัญญาก็เป็นเลิศด้วย

 …