ทำอย่างไรให้ลูกน้อยพัฒนา EQ ได้ดีขึ้น

No Comments

คุณพ่อคุณหมายหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า EQ
แต่ก็ยังสงสัยว่าคืออะไร สำหรับ EQ
นั้นหมายถึงการวัดความฉลาดทางอารมณ์ เชาวน์อารมณ์ หรือ
Emotional Intelligence
ซึ่งเป็นความสามารถในการรับรู้ความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น
มีแรงจูงใจในตนเอง และจัดการอารมณ์ต่างๆ ได้
อันจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์และมีค
วามสุข ทั้งชีวิตส่วนตัว ครอบครัว สังคม
และชีวิตทำงานของเด็กในอนาคต
ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือทักษะ EQ
คุณพ่อคุณแม่นั้นสามารถฝึกฝนให้กับลูกน้อยได้ด้วย แต่จะทำอย่างไร
โดยวันนี้เรามีเทคนิคการฝึก EQ
ของลูกน้อยมาฝากกันจะมีกิจกรรมอะไรบ้านไปดูกันเลย
1.การพาลูกทำกิจกรรมต่างๆ
การเล่นช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อย
โดยคุณพ่อคุณแม่ควรเน้นของเล่นที่เสริมทักษะ
และสร้างความสนุกสนานพร้อมกับการเรียนรู้ให้เหมาะในแต่ละช่วงวัย
เปิดโอกาสให้ลูกได้เล่นกับเด็กคนอื่นๆ
รวมไปถึงการทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น
การเข้าค่ายเข้าคอร์สที่ฝึกทักษะต่างๆ เช่น การวาดรูป การร้องเพลง
ก็จะช่วยให้เขาจะรู้จักการปรับตัว รู้จักการพูดคุยสื่อสาร
การถ่ายทอดความคิดและการแสดงความรู้สึกอย่างเหมาะสม
ซึ่งจะช่วยพัฒนาและสร้างพื้นฐานทางด้านสังคมให้แก่ลูกน้อย
2.เปิดเพลงให้ฟังบ่อยๆ
คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าการให้ลูกฟังดนตรีบ่อย ๆ
จะช่วยทำให้เขามีสมาธิมากขึ้น มีความจำที่ดี มีความกระตือรือร้น
ทั้งยังช่วยพัฒนาสมาธิด้านการฟังมากขึ้นอีกด้วย

โดยเฉพาะการฟังดนตรีคลาสสิก
ซึ่งเป็นเสียงดนตรีที่มีคลื่นเสียงที่เป็นระเบียบ
ทำให้ลูกน้อยรู้สึกผ่อนคลาย สมองจึงเปิดรับสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ช่วยให้ลูกมีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ จินตนาการ
และความคิดสร้างสรรค์
3.หมั่นพูดคุยและอ่านหนังสือกับลูกน้อย
คุณพ่อคุณแม่หมั่นพูดคุยโต้ตอบกับลูกบ่อย ๆ
ในขณะที่ทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ตอนอาบน้ำ ตอนทานข้าว
ตั้งใจฟังในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ ถามว่าลูกกำลังคิดหรือรู้สึกอะไร
พร้อมรับฟังลูกเมื่อเขามีคำถาม
และพยายามตอบคำถามให้ดีที่สุดเท่าที่คุณรู้

นอกจากนี้การอ่านหนังสือกับลูกน้อยพร้อมกับฝึกให้ลูกอ่านตามนั้น
จะช่วยพัฒนาทักษะด้านการอ่าน ด้านการสื่อสาร
และการทำความเข้าใจ โดยคุณพ่อคุณแม่อาจอ่านหนังสือนิทาน หรือ
สารคดีสั้น ๆ เล่าให้เขาฟังหรือฝึกให้เขาอ่านตามประโยค
ก็จะช่วยพัฒนาทักษะทางด้านภาษาและเป็นการฝึกสมาธิ
4.เป็นแบบอย่างที่ดี
เด็กก็เหมือนกันผ้าขาว เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญที่สุด คือ
คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก ๆ
เพราะเด็กจะเรียนรู้ได้อย่างอัตโนมัติโดยไม่ต้องสอนเลย ยกตัวอย่างเช่น
การฝึกนิสัยรักการอ่าน หากคุณพ่อคุณแม่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านบ่อย ๆ
ยามว่าง หรืออ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟัง
พร้อมพูดคุยกับลูกเรื่องหนังสือที่เขาอ่าน
ก็จะส่งผลให้เขาซึมซับการอ่านหนังสือไปได้โดยไม่รู้ตัว

Categories: Uncategorized

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *